หลายคนคิดว่าการเดินทางไปต่างประเทศต้องใช้งบประมาณมาก แต่ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ คุณก็สามารถเดินทางไปเกาะเจจูได้อย่างสนุกสนานในเวลา 4 วัน 3 คืน ด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 2,000 หยวนต่อคนเท่านั้น (ยังไม่รวมค่าเดินทางไป-กลับ หรือหากเลือกใช้เที่ยวบินราคาประหยัดก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้อีก) คู่มือนี้จะช่วยแนะนำทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณ ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ขั้นตอนการเข้าประเทศ การเดินทาง ที่พัก สถานที่อาหารชั้นเลิศ ไปจนถึงตารางเดินทางที่ละเอียดถี่ถ้วนสำหรับ 4 วัน เรามาค้นพบ “ฮาวายแห่งเกาหลี” นี้ไปด้วยกันเถอะ! โปรดบันทึกคู่มือนี้ไว้เลย เพื่อที่คุณจะสามารถเรียกดูข้อมูลได้ทุกเมื่อก่อนเดินทาง!

I. การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง: ความมั่นใจที่จะทำให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างสบายใจและเป็นธรรมชาติ
เกาะเชจูมีนโยบายที่อนุญาตให้พลเมืองจีนเดินทางเข้าสู่เกาะโดยไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถเดินทางไปที่นั่นโดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้าได้ กรุณาตรวจสอบรายการต่อไปนี้ทีละข้ออย่างละเอียด:
1. เอกสารและบัตรประจำตัวผู้มาถึง
- หนังสือเดินทาง: ต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือนในขณะที่ใช้บริการ
- ระบบ Q-Code (ขอแนะนำอย่างยิ่ง): แม้ว่าคุณจะสามารถกรอกแบบฟอร์มกระดาษเมื่อเดินทางมาถึงได้ แต่เพื่อความราบรื่นในการเข้าประเทศ ขอแนะนำให้คุณลงทะเบียนข้อมูลสุขภาพและแบบฟอร์มการเดินทางมาถึงล่วงหน้าผ่านระบบ Korea Q-Code โดยให้สร้างรหัส QR ถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้ แล้วสแกนรหัสดังกล่าวทันทีหลังจากลงจอด เพื่อให้การผ่านด่านศุลกากรเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร
- ็ว
หมายเหตุ: หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า คุณจะต้องกรอกแบบฟอร์ม “แบบฟอร์มการเดินทางมาถึง” สีเหลือง และแบบฟอร์ม “การแจ้งข้อมูลศุลกากร” สีขาว บนเครื่องบินหรือเมื่อลงจอดแล้ว
- ็ว
- ตั๋วเดินทางกลับประเทศและการยืนยันการจองโรงแรม: แม้ว่าการตรวจสอบแบบสุ่มจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีสิทธิ์ขอให้คุณแสดงหลักฐานเกี่ยวกับตารางเที่ยวบินกลับประเทศของคุณ รวมถึงการยืนยันการจองโรงแรมสำหรับคืนแรกที่คุณจะพัก (เอกสารฉบับภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลีจะเหมาะสมที่สุด) ควรพิมพ์เอกสารเหล่านี้ออกมาหรือเก็บไว้ในโทรศัพท์ของคุณจะเป็นการดีที่สุด
2. แอปพลิเคชันที่ควรดาวน์โหลดไว้ใช้งาน
ในเกาหลี แอปพลิเคชัน Google Maps แทบไม่มีประโยชน์เลย คุณจำเป็นต้องใช้ข้อมูลพื้นฐานจากผู้คนในท้องถิ่นเหล่านี้แทน
- Naver Map หรือ Kakao Map: เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการนำทาง การตรวจสอบตารางเวลาของรถบัส และการหาสถานที่รับประทานอาหาร ทั้งสองแอปพลิเคชันนี้รองรับภาษาจีน และการค้นหาด้วยภาษาจีนก็มักจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ
- Papago: เวอร์ชันของเกาหลีใต้สำหรับแอปพลิเคชัน Google Translate ใช้งานได้ดีมากสำหรับการแปลข้อความบนเมนูอาหารหรือป้ายถนนผ่านรูปภาพ
- Kakao T: เป็นแอปพลิเคชันให้บริการเรียกแท็กซี่ คล้ายกับ Didi หรือ Uber รองรับการใช้บัตรเครดิตระหว่างประเทศหรือบริการ Alipay (ในบางพื้นที่) ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการสื่อสารที่อาจทำให้คุณหลงทางหรือถูกเรียกเก็บค่าบริการเกินจริง
- สำหรับโซลแล้ว ระบบรถไฟใต้ดินของเกาหลีใต้นั้นมีประโยชน์มาก แต่โปรดทราบว่าในขณะนี้เกาะเชจูยังไม่มีรถไฟใต้ดิน ดังนั้นจึงต้องพึ่งพารถบัสและแท็กซี่เป็นหลัก
3. อินเทอร์เน็ตและระบบการชำระเงิน
- การใช้งานซิมการ์ด/บริการโรมมิ่ง: คุณสามารถซื้อซิมการ์ดจากเกาหลีผ่านเว็บไซต์ Taobao ล่วงหน้า หรือจะเปิดใช้งานบริการโรมมิ่งระหว่างประเทศก็ได้ เที่ยวบินสนามบินเกาะเชจูมีบริการให้เช่าอุปกรณ์ Wi-Fi แต่การใช้ซิมการ์ดจะสะดวกกว่า
- สกุลเงิน: สามารถแลกเปลี่ยนเงินวอนเกาหลีในจำนวนไม่มากที่ธนาคารในประเทศได้ (ประมาณ 300,000–500,000 วอน เพียงพอสำหรับซื้อของว่างหรือเติมเงินในบัตรขนส่ง) ร้านค้าส่วนใหญ่ในศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารต่างๆ ก็รับการชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay เช่นกัน
- บัตร T-money: เป็นบัตรขนส่งที่สามารถเติมเงินใช้ซ้ำได้ คล้ายกับบัตร Oyster ในลอนดอน สามารถซื้อและเติมเงินได้ที่ร้านค้าสะดวกซื้อต่างๆ เช่น GS25, CU ที่สนามบินเจจู หรือในเมือง เหมาะสำหรับใช้กับรถบัส แท็กซี่ รวมถึงการซื้อสินค้าในร้านค้าสะดวกซื้อด้วย
4. อุปกรณ์ชาร์จพลังงานและเสื้อผ้า
- เต้ารับไฟฟ้า: ประเทศเกาหลีใช้เต้ารับไฟฟ้าแบบสองขั้วทรงกลม ส่วนเต้ารับไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้กันทั่วไปในจีนนั้นสามารถใช้ได้ แต่สำหรับเต้ารับไฟฟ้าแบบสามขั้วหรือเต้ารับที่มีขนาดหนากว่านั้น จำเป็นต้องใช้อะแดปเตอร์เพิ่มเติม
- เสื้อผ้า: ที่เกาะเชจูมีลมพัดแรง แม้ในฤดูร้อนก็ควรนำเสื้อกันลมบางๆ ไปใส่ในช่วงเช้าและเย็น ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วงจำเป็นต้องใส่เสื้อแจ็คเก็ต ส่วนฤดูหนาวก็ควรใส่เสื้อโค้ทที่ทำจากขนนก รองเท้าสำหรับเดินที่สบายก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง!

II. การขนส่งและที่พัก: กลยุทธ์ในการประหยัดเงินและให้ได้ความสะดวกสบาย
1. การเดินทาง: จะเที่ยวรอบเกาะด้วยงบประมาณที่จำกัดได้อย่างไร?
เกาะเจจูไม่มีรถไฟใต้ดิน การขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่จึงอาศัยรถบัสเป็นหลัก
- รถบัส: เครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ค่าโดยสารโดยทั่วไปอยู่ที่ 1,300 วอน (ประมาณ 7 หยวน) และมีบริการเปลี่ยนรถฟรี คำแนะนำสำคัญ: กดกริ่งก่อนจะถึงปลายทาง และสแกนบัตรอีกครั้งเมื่อลงจากรถ (ค่าโดยสารคำนวณตามระยะทาง) นอกจากนี้ Naver Map ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถบัสที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันอีกด้วย
- แท็กซี่: ค่าโดยสารขั้นพื้นฐานเริ่มต้นที่ประมาณ 4,800 วอน ถือว่าคุ้มค่าสำหรับการเดินทางระยะสั้น แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเมื่อเดินทางระยะไกล การแบ่งค่าใช้จ่ายระหว่างกลุ่มคนจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมมาก
- รถเช่าส่วนตัว: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มขนาด 3–4 คนที่ต้องการความอิสระในการเดินทาง การเช่ารถพร้อมคนขับมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000–120,000 วอนต่อวัน ซึ่งมักจะถูกกว่าการใช้แท็กซี่หลายคันรวมกัน ในขณะที่การเช่ารถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศด้วย โปรดทราบว่าบางเส้นทางมีความชันและมีโค้งมาก ผู้ที่เพิ่งเริ่มขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังให้มาก
- การเดินทางจากสนามบิน: รถบัสจากสนามบิน (เช่น เส้นทางที่ 600) เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางจากสนามบินนานาชาติเจจูไปยังใจกลางเมือง (เมืองเจจูหรือเมืองโซกวิโป) โดยรถบัสจะจอดให้ผู้โดยสารลงที่โรงแรมใหญ่ๆ ต่างๆ ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 5,000 วอนเกาหลี
2. ที่พัก: ควรเลือกที่พักแห่งไหนให้ได้ความคุ้มค่ามากที่สุด?
สำหรับการเดินทางที่กินเวลา 4 วัน 3 คืน คุณอาจพิจารณาเลือกพักที่โรงแรมเดียว หรือเปลี่ยนโรงแรมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อลดความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น
- ตัวเลือกที่ A: เมืองเจจู (แนะนำสำหรับผู้ที่เดินทางครั
- ้งแรก)
ข้อดี: เป็นศูนย์กลางการขนส่ง อยู่ใกล้กับสนามบิน มีแหล่งอาหารมากมายใกล้เคียง (ตลาดดงมุน ย่านช้อปปิ้งเยออนดง) และสามารถช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบาย (ห้างโลตเต้ ห้างช
- ิลลาดิวตี้ฟรี)
ราคา: โฮสเทลมาตรฐาน/โรงแรม 3 ดาว อยู่ที่ประมาณ 300–500 หยวนต่อคืน
- ้งแรก)
- ตัวเลือกที่ B: โครงการท่องเที่ยวเซ็กกวิโป/จุงมุน
ข้อดี: ทิวทัศน์ที่สวยงาม อยู่ใกล้กับภูเขาซองซานอิลชุลบอง ทางเดินเซ็อปจิโกจิ และพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาเท็ดดี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินในช่วงวันหยุด มีรีสอร์ทระดับไฮเอ- นด์มากมาย
ราคา: เกสต์เฮาส์หรือรีสอร์ทที่มองเห็นทะเล มีราคาประมาณ 500–800 หยวนต่อคืน
- เคล็ดลับช่วยประหยัดเงิน: ควรหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดและฤดูท่องเที่ยวสูงสุด เช่น ช่วงฤดูดอกซากุระหรือฤดูใบไม้ร่วง เพราะอัตราค่าบริการในวันธรรมดาจะถูกกว่าประมาณ 30% ควรจองที่พักล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์อย่าง Agoda หรือ Booking.com และควรเลือกเกสต์เฮาส์ที่มีคะแนนรีวิวมากกว่า 4.5 เพราะจะได้รับบริการที่มีเอกลักษณ์และคุ้มค่ากว่าโรงแรม

III. โปรแกรมท่องเที่ยวสำคัญ 4 วัน 3 คืน (ฉบับท้าทาย 2,000 หยวน)
เส้นทางนี้ผสมผสานระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวตามแบบฉบับ ความงดงามของธรรมชาติ และประสบการณ์ด้านอาหารไว้ด้วยกัน โดยมีจังหวะที่เหมาะสม ไม่มีการเร่งรีบในสไตล์ “กองกำลังพิเศษ” เลย
วันที่ 1: เดินทางมาถึง – ออกไปหาอาหารในเมือง – ชมพระอาทิตย์ตกที่หน้าผายงดำ
- เช้า/บ่าย: เดินทางถึงสนามบินเจจู ทำการเช็คอิน (แนะนำให้พักใกล้กับยอนดง)
- เวลาเย็น: ให้ไปที่หินยงดูอัม (หินศีรษะมังกร) สถานที่สำคัญแห่งนี้มีหินภูเขาไฟสีดำที่มีรูปร่างคล้ายมังกรกำลังดำน้ำลงสู่ทะเล ทิวทัศน์ของคลื่นที่ซัดเข้ากับหินในเวลาพระอาทิตย์ตกนั้นสวยงามมาก และการเข้าชมสถานที่นี้ก็ฟรีด้วย!
- มื้อเย็น: ไปที่ย่านช้อปปิ้งยอนดง หรือตลาดดงมุนก็ได้
อาหารท
ี่- ควรลอง: เนื้อหมูย่าง (แนะนำให้ลอง “เนื้อหมูย่างโนฮยอง” หรือร้านในซอกซอยเล็กๆ) จาจังมยอน (เส้นหมี่ในซอสถั่วดำ) ฮอตเต็ก (แพนเค้กหวาน) กินให้อิ่มพอควร… ค่าใช้จ่ายประมาณ 80 หยวนต่อคนเท่านั้น.
- ในเวลากลางคืน: สามารถเดินเล่นไปตามถนนโบเจียน หรือแวะเยี่ยมชมร้านค้าฟรีดีวูดเพื่อซื้อเครื่องสำอางและขนมขบเคี้ยวได้
วันที่ 2: สถานที่เด่นแห่งชายฝั่งตะวันออก – เขาซองซานอิลจุลบง – การปั่นจักรยานบนเกาะอูโด
- เช้า: ให้นั่งรถบัสหรือแท็กซี่ไปยัง Seongsan Ilchulbong (ยอดเขาพระอาทิตย์ขึ้น) ค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่คือ 2,000 วอน เพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าก็ได้ เพราะการไปเยี่ยมชมในช่วงกลางวันจะทำให้สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของแอ่งภูเขาไฟและทะเลได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก
- มื้อเที่ยง: สนุกไปกับซุปอาหารทะเล หรือซาชิมิ ใกล้กับท่าเรือซองซานได้เลยค่ะ
- บ่าย: นั่งเรือข้ามฟากไปยังเกาะอูโด (ค่าเรือไป-กลับ: 5,000 วอน + ค่าเข้าชม: 3,000 วอน)
กิจกรรม: เมื่อไปถึ
- งที่นั่นแล้ว ให้เช่าจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (ค่าเช่าประมาณ 10,000–20,000 วอน/ชั่วโมง) แล้วขี่จักรยานเที่ยวรอบเกาะ สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมชมคือ: ชายหาดทรายสีดำขาว, ร้านไอศกรีมถั่วลิสง (ต้องลองชิมให้ได้!) และร้านกาแฟที่อยู่บริเวณหอสัญญาณไฟ น้ำที่เกาะอูโดมีสีน้ำเงินอมทิฟฟานี ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายรูป
- เย็นนี้: กลับเข้าสู่เมืองกันเถอะ ลองทานโจ๊กหอยเป๋าฮื้อหรือราเมนอาหารทะเลเป็นอาหารเย็นดูสิ.
วันที่ 3: การฟื้นฟูสุขภาพบนชายฝั่งตะวันตก – ถนนร้านกาแฟ Aewol – หาด Hyeopjae
- เช้านี้: นอนต่อไปสักหน่อย จากนั้นจึงเดินทางไปยังเขตอีวอลที่อยู่บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะเชจู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นศิลปะมากที่สุดของเกาะนี้
- มื้อเที่ยง: เดินเล่นไปตามเส้นทาง Handam Coastal Walk บริเวณนี้มีร้านกาแฟสไตล์ทันสมัยมากมาย เช่น Monsant, De Munin คุณสามารถเลือกร้านใดก็ได้ สั่ง Orange Latte แล้วนั่งข้างหน้าต่างมองทะเลไปเลย รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ ราคาเครื่องดื่มประมาณ 40 หยวนค่ะ
- บ่ายนี้: ไปเที่ยวชายหาดเฮโปจェกันครับ ชายหาดแห่งนี้มีทรายสีขาวละเอียดและน้ำใส พร้อมกับเกาะต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในฉากหลัง จึงถูกขนานนามว่า “มัลดีฟส์แห่งเกาหลี” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินเล่นในน้ำและการถ่ายภาพครับ
- มื้อเย็น: ใกล้กับร้าน Aewol ลองชิมอาหารจาน “ปลาหางแมวทอด” หรือ “ไก่ทอดกับเบียร์” ดูสิ อร่อยมากทั้งสองเมนูนี้ครับ.
- ในเวลากลางคืน: หากมีเวลาว่าง ลองไปเยี่ยมชมสวน Hallim Park เพื่อชมทิวทัศน์ยามค่ำคืน หรือไม่ก็ให้เวลาตัวเองไปใช้บริการสปาสไตล์เกาหลีในเมือง (~100 หยวนต่อคน) ก็ได้เช่นกัน.
วันที่ 4: การสำรวจชายฝั่งใต้ – พิพิธภัณฑ์หมีขนไหล่ – การช้อปปิ้งและเดินทางกลับ
- เช้านี้: ให้ไปที่ศูนย์ท่องเที่ยวจุงมุน เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาเท็ดดี้เบอร์ (ค่าบัตรเข้าชมประมาณ 12,000 วอน) หรือ Ripley’s Believe It or Not! สถานที่เหล่านี้เหมาะมากสำหรับการถ่ายรูป และเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กๆ อย่างแน่นอน
- มื้อเที่ยง: ลองเพลิดเพลินไปกับบุฟเฟต์อาหารทะเลสุดหรูหรา หรือซัมกเยตัง (ซุปไก่สมุนไพรจินเซน) ในย่านจุงมุน เพื่อปิดท้ายการเดินทางของคุณในวันนี้.
- บ่ายๆ: ขึ้นอยู่กับเวลาเดินทางของคุณ คุณสามารถไปช้อปปิ้งสินค้าในนาทีสุดท้ายก่อนจะเดินทางไปสนามบินได้ สินค้าที่แนะนำให้ซื้อ ได้แก่ ช็อกโกแลตรสส้ม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากชาเขียว สาหร่ายทะเล และโซจู
- เดินทางออกเดินทาง: ไปยังสนามบิน กรอกแบบฟอร์มการควบคุมทางศุลกากรหากมีความจำเป็น แล้วก็เดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุข.

IV. การแบ่งงบประมาณ: จะใช้เงินเพียง 2,000 หยวนได้อย่างไร?
มาคำนวณกันดูเถอะ (ใช้เงินหยวนจีนนะครับ อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้):
- ที่พัก: 3 คืน โดยมีค่าใช้จ่าย 400 หยวนต่อคืน (พักในห้องดูเป็นคู่ ต่อคน) = 1,200 หยวน หากเลือกที่พักประเภทเกสต์เฮาส์ราคาประหยัด ค่าใช้จ่ายสามารถลดลงเหลือ 900 หยวนได้
- อาหาร: 4 วัน x 150 หยวนต่อวัน (อาหารมื้อหลัก + ของว่าง + กาแฟ) = 600 หยวน อาหารริมถนนและร้านอาหารเล็กๆ ในเกาหลีนั้นมีราคาถูก ดังนั้นงบประมาณนี้ก็เพียงพอแล้ว ยกเว้นว่าคุณจะเลือกทานเนื้อวัว Hanwoo ชนิดพิเศษในทุกมื้ออาหาร
- การเดินทาง: รถบัส + แท็กซี่ + เรือโดยสารยูโด + การให้เช่าจักรยาน = 300 หยวน โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้รถบัสก็เพียงพอแล้ว ในบางกรณีอาจจะต้องใช้แท็กซี่ร่วมด้วย
- บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ เช่น ซองซาน อูโด พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ = 200 หยวน ส่วนสถานที่ที่มีทิวทัศน์ธรรมชาตินั้นสามารถเข้าชมได้ฟรี
- รวมทั้งหมด: 1,200 + 600 + 300 + 200 = 2,300 หยวนจีน
จะทำอย่างไรให้ราคาต่ำกว่า 2,000 หยวนได้ล่ะ?
- เลือกที่พักที่มีราคาประหยัดกว่า (300 หยวนต่อคืน) เพื่อประหยัดเงินได้ 300 หยวน
- ละเว้นมื้ออาหารหรูๆ ไปสักมื้อ และเลือกทานขนมขบเคี้ยวที่ขายตามตลาดแทน จะช่วยประหยัดเงินได้ 100 หยวนเลยทีเดียว
- ใช้คูปองหรือแอปพลิเคชันสำหรับการซื้อสินค้าเป็นกลุ่ม เช่น Klook หรือ Naver Booking เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินและบริการขนส่งต่าง ๆ
- บทสรุป: หากไม่ซื้อของมากเกินไป การใช้เงิน 2,000 หยวนเพื่อความสนุกสนานก็เป็นเรื่องที่ทำได้จริง! หากคุณหาเที่ยวบินราคาถูก (เที่ยวไป-กลับราคาต่ำกว่า 1,000 หยวน) ก็สามารถควบคุมให้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในระดับต่ำกว่า 3,500 หยวนได้เช่นกัน

V. วิธีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และเคล็ดลับสำคัญ
- อย่าพึ่งพาคนจีนเพียงอย่างเดียว: แม้ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนจะมาเยือนเกาะเชจูกันมากมาย แต่คนขับแท็กซี่บางคนและเจ้าของร้านเล็กๆ บางร้านอาจจะพูดภาษาเกาหลีเท่านั้น ดังนั้นคุณควรเรียนรู้ที่จะใช้แอปพลิเคชัน Papago เพื่อช่วยแปลข้อความในรูปภาพ หรือจะบันทึกคำศัพท์ภาษาเกาหลีที่สำคัญไว้ก็ได้ เช่น “ห้องน้ำ”, “น้ำ”, “ใบเสร็จ” ฯลฯ
- การกดกริ่งบนรถบัส: นี่คือข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุด! หากไม่มีใครกดกริ่ง คนขับอาจไม่จอดรถให้ นอกจากนี้ อย่าลืมสแกนบัตรของคุณอีกครั้งเมื่อจะลงจากรถบัสด้วย.
- สภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้: เกาะเชจูเป็นที่รู้จักกันในเรื่อง “สามสิ่งที่มีอยู่มากมาย” นั่นคือ ลม หิน และผู้หญิง ที่นี่มีลมแรงมาก ดังนั้นโปรดระวังและสวมหมวกให้ดีนะครับ! รังสี UV ที่นี่ก็แรงมากเช่นกัน ดังนั้นควรทาครีมกันแดดตลอดทั้งปีครับ.
- การคืนภาษี: หากคุณซื้อสินค้าในร้านค้าที่มีป้ายระบุว่า “ฟรีจากภาษี” และมีมูลค่าสินค้ามากกว่า 30,000 วอน คุณจะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน ตู้คืนภาษีแบบบริการตนเองที่สนามบินนั้นใช้งานได้ง่ายมาก แค่เตรียมเวลาให้เพียงพอก็พอแล้ว
- เคารพประเพณีท้องถิ่น: วัฒนธรรมเกาหลีให้ความสำคัญกับการเคารพผู้อาวุโส ควรพยายามส่งมอบสิ่งของให้ผู้อื่นด้วยทั้งสองมือ
เกาะเชจูไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไป ที่นี่คุณสามารถละทิ้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับงานไปชั่วคราว สัมผัสกับลมทะเลที่เย็นสบาย ลิ้มลองอาหารอร่อยๆ และเพียงแค่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เที่ยวเพียง 4 วัน 3 คืน ในราคา 2,000 หยวนต่อคน การลงทุนเพื่อการพักผ่อนที่มีคุณภาพสูงนี้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน!
🎒 เวลาพิเศษ: เ
พื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกยิ่งขึ้น ฉันได้รวบรวมเอกสาร “แบบฟอร์มกรอกข้อมูลเมื่อเดินทางถึงเกาะเชจู (ภาษาจีน-อังกฤษ-เกาหลี)” ล่าสุด รวมถึงวิดีโอสอนการใช้งาน Naver Map ไว้ให้คุณแล้ว 👉 กรุณาติ
ดตามฉันและคอมเมนต์ว่า “เกาะเชจู” ด้านล่าง ฉันจะส่งเอกสารเหล่านี้ให้คุณทันทีผ่านข้อความส่วนตัว!
หากคุณมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับเกาะเชจู เช่น “ตอนนี้ที่นั่นหนาวไหม?” หรือ “ร้านหมูดำร้านไหนที่อร่อยที่สุด?” สามารถถามได้เลยในคอมเมนต์ ฉันจะตอบทุกคำถามให้ค่ะ! ขอให้ทุกคนมีประสบการณ์การเดินทางที่เกาะเชจูที่น่าจดจำนะคะ! 🌊🍊✈️
